6 เทคนิคการเล่น LoL: Wild Rift!

6 เทคนิคการเล่น LoL: Wild Rift! – เปิดให้เล่นกันอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ LoL: Wild Rift แต่เชื่อว่าผู้เล่นหลายตอนนี้ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ต่างประสบปัญหากับการปรับตัว เพราะรูปแบบการเล่นของ LoL: Wild Rift บนมือถือถูกปรับเปลี่ยนไปพอสมควรทั้งความสามารถของตัวละครและไอเทม ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมเอาสารพัดความรู้ และเทคนิคในการปรับตัวเพื่อพิชิตชัยชนะใน LoL: Wild Rift จะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

6 เทคนิคการเล่น LoL: Wild Rift! เกมออนไลน์ เกมออนไลน์มือถือ เกมLOL LOL LOL:Wildrift เล่นเกม เกมสนุก เกมสุดมันส์

6 เทคนิคการเล่น LoL: Wild Rift!

1. ซัพพอร์ตคือตำแหน่งที่ขาดไม่ได้ในเกม

เชื่อว่าตำแหน่งซัพพอร์ตเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยมีใครสนใจจะเล่นสักเท่าใดนัก แต่กับเกม LoL: Wild Rift การขาดตำแหน่งซัพพอร์ทอาจเป็นเรื่องเลวร้ายถึงขั้นที่ทำให้ทีมแพ้ได้เลย ปัญหาคือซัพพอร์ทเล่นยังไงถึงจะมีประสิทธิภาพที่สุด?

อย่างแรกเลยคือตำแหน่งซัพพอร์ตของเกม LoL: Wild Rift จะเป็นตำแหน่งที่ต้องประกบคู่กับ Marksman หรือแครี่ประจำทีมตลอดเวลา เพื่อคอยดูแลให้แครี่ไม่ให้ตายหรือตายน้อยที่สุด รวมไปถึงเกมนี้ ตำแหน่งซัพพอร์ตไม่ควรลาสครีปของแครี่ เพราะแครี่จะได้เงินช้า กว่าจะขึ้นไอเทมแต่ละชิ้นได้ เลยเป็นตำแหน่งที่ใจต้องกว้างเสียหน่อย เพราะหน้าที่ฆ่า เก็บ Kill จะไม่ใช่หน้าที่ของเราเลย เราต้องคอยช่วยเหลือสมาชิกในทีมเท่านั้น ทั้งคอยช่วยให้รอด หรือตายแทนก็ต้องทำ

2. Objective คือตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้ทีมเราได้เปรียบ

Objective ในเกม LoL: Wild Rift ก็คือสัตว์ป่าที่เรียกว่า Blue Buff / Red Buff ที่ใช้เพิ่มความสามารถตัวละครที่ครอบครองบัฟเอาไว้ และ Objective ที่ส่งผลต่อทีมโดยรวมอย่าง Rift Herald, Dragon และ Baron Nashor ทั้งสามตัวนี้ เป็นสิ่งที่ผู้เล่นในทีมควรช่วยกันสังเกตการณ์และชิงมาจากทีมศัตรูให้ได้ เพื่อความได้เปรียบสูงสุดในการเล่น

  • Rift Herald จะมีความสามารถในการเสกมอนสเตอร์ขนาดใหญ่มาช่วยดันเลน และมันสามารถพังป้อมนอกได้อย่างง่ายดาย ช่วยทำให้เกิดความได้เปรียบในการต่อสู้
  • Dragon เมื่อสังหารได้จะได้รับบัฟตามธาตุ ที่มีความสามารถแตกต่างกันไปในแต่ละธาตุ
  • Baron Nashor เมื่อสังหารจะได้รับบัฟให้เราเทเลพอร์ตกลับบ้านได้ไวขึ้น และเมื่ออยู่ใกล้ครีปจะทำการบัฟครีปของเราให้แข็งแกร่งขึ้น ถือเป็นบัฟที่ช่วยในการจบเกมได้เลย

ส่วน Blue Buff หรือ Red Buff นั้น เป็นบัฟที่ช่วยในการโจมตีของสายประชิดและสายเวทมนต์ ขึ้นอยู่กับว่า ตำแหน่ง Jungle จะครองไว้เอง หรือปล่อยให้ตำแหน่ง Marksman และ Mage มาเอาไป

3. ทีมเวิร์คคือสิ่งสำคัญ

ในเกมอื่น เราอาจจะ One Man Show หรือเกิดคนเดียวก็พาทีมไปสู่ชัยชนะได้ แต่ไม่ใช่กับ LoL: Wild Rift ไม่ว่าผู้เล่นจะเกิดหรือฆ่าได้มากสักแค่ไหน แต่การโดนรุมมากกว่า 1 ตัวขึ้นไปก็มีโอกาสที่คุณจะลงไปกองได้ง่าย ๆ และ CC (Crowd Control) เพียงนิดเดียวก็อาจฆ่าคุณได้เช่นกัน ดังนั้น One Man Show ในเกมนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดี ไม่ว่าคุณจะเกิดจนตีแรงขนาดไหน หนาจนเลือดเยอะเป็นบาร์โค้ดยังไง การฉายเดี่ยวก็อาจนำพาคุณไปสู่ความปราชัยได้

6 เทคนิคการเล่น LoL: Wild Rift! เกมออนไลน์ เกมออนไลน์มือถือ เกมLOL LOL LOL:Wildrift เล่นเกม เกมสนุก เกมสุดมันส์

4. หมั่นใช้ไอเทม Warding Totem และ Oracle Lens

พื้นที่มืด ๆ หรือ Fog of War และพุ่มไม้ (Bush) ในเกม LoL: Wild Rift ถือเป็นพื้นที่อันตรายที่อาจถูกศัตรูดักซุ่มโจมตีได้ โดยเฉพาะเหล่า Marksman ทั้งหลาย ถ้าไม่อยากตายแบบไม่รู้ตัว ก็ไม่ควรเดินเข้าไปเฉียดใกล้พุ่มไม้หรือพื้นที่ที่ไม่มี Ward ปักอยู่ ในเกมนี้จะมีไอเทมสองชิ้นที่เราสามารถปรับใช้ไปมาได้ตลอดนั่นคือ Warding Totem ที่เมื่อปักลงไปในจุดใดจุดหนึ่งของแผนที่ จะเป็นการเปิดเผยตำแหน่งตรงนั้น และทีมศัตรูจะมองไม่เห็น ส่วน Oracle Lens นั้นใช้ในการสแกนพื้นที่รอบ ๆ และสามารถตรวจจับ Warding Totem ได้ด้วย (บนเวอร์ชั่น PC จะสามารถตรวจจับแชมป์เปี้ยนที่อยู่ในสถานะล่องหนได้ด้วย) การยึดจุดยุทธศาสตร์ในแผนที่ได้ จะเป็นการชิงความได้เปรียบให้กับทีมเป็นอย่างมาก

5. ไอเทมหลายอย่างถูกปรับเปลี่ยนไปบนเวอร์ชั่นมือถือ

แม้จะบอกว่าปรับเปลี่ยน แต่ก็ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนหรือคุณสมบัติหรือสถานะของไอเทมชิ้นนั้น ๆ ไป แฟน ๆ บน PC นั้น จะรู้ว่าไอเทมหลาย ๆ ชิ้นอย่าง Blade of the Ruin King, Hextech Gunblade หรือ Youmouu’s Ghostblade นั้น ไม่จำเป็นต้องกดใช้งานใน LoL: Wild Rift เวอร์ชั่นมือถือ เพราะเมื่อเราโจมตี หรือทำตามเงื่อนไขครบแล้ว ไอเทมจะทำงานให้เองโดยอัตโนมัติ

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ระบบจะแนะนำไอเทมหลายอย่างให้เราขึ้นไอเทมชิ้นนั้นมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น Yasuo ที่ใช้ Blade of the Ruin King เป็นชิ้นแรกแทน เพราะความสามารถที่ครบเครื่องกว่า และมีโอกาสที่เราจะเลี้ยงตัวเองได้มากกว่าไปจนถึงจุดที่ทีมเริ่มได้เปรียบ การออกไอเทมชิ้นต่อ ๆ ไปก็จะทำได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเอง ผู้เล่น LoL: Wild Rift ทั้งเก่าและใหม่จึงต้องศึกษากันให้ดีสำหรับเรื่องไอเทม

6. อย่าลืมอัปเกรด “เสริมพลังรองเท้า”

ในตัวเกม LoL: Wild Rift เวอร์ชั่นมือถือ รองเท้าจะสามารถอัปเกรดเพิ่มสถานะเฉพาะทางได้ เช่นเป็น Ninja Tabi ที่เน้นเพิ่มพลังป้องกัน, Gluttonous Greaves ที่เพิ่มดูดเลือดกายภาพ แต่เหนือกว่าการอัปเกรดสถานะเฉพาะทาง คือการเสริมพลัง ไอเทมทั้งหลายที่เราคิดว่าหายไป ก็มาอยู่ในหมวดเสริมพลังนี่แหละ เช่น Zhonya’s Hourglass นาฬิกาทรายตัวทอง ก็ถูกเปลี่ยนมาเป็น Stasis Enchant, Quick Silver Sash หรือไอเทมลบล้างสถานะก็มาอยู่ในหมวดนี้ด้วย ดังนั้น อัปเกรดรองเท้าและอย่าลืมเสริมพลัง ไอเทมหลากหลายชิ้นสำคัญ ๆ ไม่ได้หายไปไหน แต่มันอยู่ในหมวดนี้ แต่คุณไม่รู้เท่านั้นเอง

จบลงแล้วกับ เทคนิคเล่น LoL: Wild Rift ซึ่งเป็นเพียงเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เมื่อมาสัมผัสเกม LoL: Wild Rift และเราหวังว่า เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีเปอร์เซ็นต์ชัยชนะที่มากขึ้นใน LoL: Wild Rift นะครับ และหากใครต้องการมีเงินใช้ไม่ขาดมือต้องอ่าน ข้อดีของการเล่น สล็อตออนไลน์ เหตุผลที่ได้รับความนิยม